อยุธยาเมืองมรดกโลก
จากที่ผมได้ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลประวัติศาสตร์และสถานที่น่าสนใจในจังหวัด
พระนครศรีอยุธยาจากห้องสมุด อยุธยาเป็นเมืองเก่าแก่ อยุธยาเป็นเมืองหลวงของสยามเป็นเวลา
400 กว่าปี สถาปนาขึ้นโดยพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 1893/1351
และถูกทำลายโดยกองทัพพม่าในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์เมื่อ 7 เมษายน 2310/1767 อยุธยามีกษัตริย์ปกครองทั้งหมด 34 พระองค์จาก 5 ราชวงศ์ ( อู่ทอง สุพรรณบุรี สุโขทัย ปราสาททอง บ้านพลูหลวง )
มีพุทธศาสนาแบบหินยานเป็น ศาสนาประจำอาณาจักร เป็นอาณาจักรที่มีความได้เปรียบทาง
ภูมิศาสตร์ คือตั้งอยู่ที่บริเวณแม่นำ้ 3 สายมาบรรจบกัน ( เจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี )ทำให้อยุธยามี
แม่นำ้ล้อมรอบและอยู่ในทำเลที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกข้าวอุดมสมบูรณ์อยุธยาเป็นอาณาจักที่มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ คือ ตั้งอยู่ที่บริเวณแม่น้ำ 3 สายบรรจบกัน ( เจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี ) ทำให้จังหวัดอยุธยามีแม่น้ำล้อรอบเมืองเป็นที่เหมาะกับการเพาะปลูกข้าวซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีมาก
และผมได้ไปศึกษาในสถานที่จริงและได้มีการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจากสถานที่จริงได้ข้อมูล
ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติมากกว่าคนไทยและยังเป็นเมืองแห่งมรดกโลกจริงๆ
เพราะมีวัดวาอารามโบราณสถานที่ต่างๆเยอะมาก มีกิจกรรมมากมายหลายอย่าง เช่น ไหว้พระ
9 วัด ล่องเรือรอบเกาะเมือง นั่งรถรางรอบโบราณสถาน ขี่ช้างชมโบราณสถาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
โดยวัดแรกที่ผมได้ไปนั้นคือ
ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติมากกว่าคนไทยและยังเป็นเมืองแห่งมรดกโลกจริงๆ
เพราะมีวัดวาอารามโบราณสถานที่ต่างๆเยอะมาก มีกิจกรรมมากมายหลายอย่าง เช่น ไหว้พระ
9 วัด ล่องเรือรอบเกาะเมือง นั่งรถรางรอบโบราณสถาน ขี่ช้างชมโบราณสถาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
โดยวัดแรกที่ผมได้ไปนั้นคือ
วัดพระศรีสรรเพชญ์
- วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดสำคัญที่สุดของราชสำนักอยุธยามีฐานะเป็นวัดส่วนพระองค์
ของพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในเขตพระราชฐานจึงไม่มีพระสงฆ์จำอยู่ในวัด
- บริเวณใจกลางสุด มีพระเจดีย์ขนาดใหญ่ 3 องค์ สลับระหว่างกลางแต่ละองค์ด้วยมณฑป
อีก 3 หลัง ปลายทิศตะวันตกของพระเจดีย์องค์สุดท้ายมีฐานของ พระวิหารจัตุรมุขโดยกลางจะมี
เจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิ ส่วนมุมทั้งสี่ด้วยเชื่อว่ามีพระพุทธรูป นั่ง ยืน นอน และ เดิน
- โดยจะคิดว่าเข้า เป็นชาวต่างชาติ 100 บาท ชาวไทย 10 บาท
โดยวัดต่อมาที่ไปคือ วิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดที่อยู่ติดกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งสามารถ
เดินมาได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้รถ
- วิหารพระมงคลบพิตร ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่มากซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความเชื่อ
ทางศาสนาที่ไม่อาจแยกออกได้จากอุดมคติในทางสังคมและการเมือง
- พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่โต เช่นเดียวกับพระพุทธรูปวัดพนัญเชิง
อีกทั้งอยู่ใกล้กับบริเวณพระราชวงโบราณ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเมืองการบริหารของสังคมอยุธยา
ในอดีต
โดยวัดต่อมาที่ไปนั้นคือ วัดมหาธาตุซึ่งอยู่ใกล้ๆกับวิหารมงคลบพิตรและวัดพระศรีสรรเพชญ์ เดินทางไปประมาณ 10 นาที โดยวัดนี้จะคิดค่าเข้า ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
-วัดมหาธาตุ หมายถึง วัดอันเป็นที่สถิตของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นในสมัย
ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่เข้าใจว่าการก่อสร้างเสร็จสิ้นในสมัยพระราเมศวร
-วัดมหาธาตุจึงเป็นวัดสำคัญที่สุดในอาณาจักรในฐานะที่เป็นพระพุทธเจ้า อีกทั้งหากจะพิจรณาดู
สถานที่ตั้ง ก็จะเห็นว่าอยู่ใกล้ชิดกับพระบรมมหาราชวังเป็นอย่างยิ่งดังนั้นวัดนี้จึงเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช มาตลอดจนสิ้นกรุงศรีอยุธยา
โดยวัดต่อมาที่ได้เดินทางไปต่อ คือ วัดพนัญเชิง เป็นวัดที่มีความสวยงามมากผมได้เข้าไปไหว้พระ
ในโบสถ์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากมายและยังอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีการให้อาหารปลาด้วย
- วัดพนัญเชิง (เดิมเรียกวัดพระเจ้าพแนงเชิง) ตั้งแต่อยู่นอกเกาะอยุธยาทางใต้ ริมแม่น้ำ
เจ้าพระยาทางทิศตะวันออก ตรงบริเวณปากน้ำขนาดใหญ่ซึ่งแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา
มาบรรจบกัน ในสมัยอยุธยาเป็นราชธานีบริเวณนี้เป็นที่อยู่ของชุมชนหลายเชื้อชาติอันได้แก่
ชาวจีน ญี่ปุ่น และ โปรตุเกส
- พระวิหารใหญ่ ซึ่งมีหลวงพ่อโตเป็นพระประธานสิ่งที่น่าชมคือ บานประตูไม้แกะสลักซึ่งจำหลัก
เป็นลาดลายพรรณไม้ สัตว์ตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งจะอยู่ในลาดลายต้นไม้ รัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานนาม
ให้กับพระพุทธรูปใหญ่ของวัดพนัญเชิง และวัดกลัยาณนิมิตรวรมหาวิหารว่า พระพุทธไตรรัตนนายก
โดยวัดต่อมาที่ได้ไปต่อจะเป็น วัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับวัดพนัญเชิงใช้เวลาเดินทาง
ไม่ถึง 10 นาทีจากวัดพนัญเชิงไปวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีเจดีย์องค์ใหญ่
สามารถเดินขึ้นไปมอง วิว ในอยุธาได้ด้วย
- เจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นมองเห็นแต่ไกลทางด้านทิศตะวันออกของ
กรุงศรีอยุธยา ขณะเจดีย์ภูเขาทองเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นทางด้านทิศตะวันตก
- ชาวบ้านเรียกวัดนี้ ว่าวัดใหญ่ ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างมหาเจดีย์เมื่อคราวที่พระนเรศวรรบ
ชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า ทำให้อยุธยาประกาศความเป็นอาณาจักรอิสระได้อีกครั้งนับตั้งแต่
ต้องเป็นรัฐบรรณาการของพม่าเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 พระองค์เลยสร้างมหาเจดีย์
"ชัยมงคล"
- บริเวณใจกลางสุด มีพระเจดีย์ขนาดใหญ่ 3 องค์ สลับระหว่างกลางแต่ละองค์ด้วยมณฑป
อีก 3 หลัง ปลายทิศตะวันตกของพระเจดีย์องค์สุดท้ายมีฐานของ พระวิหารจัตุรมุขโดยกลางจะมี
เจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิ ส่วนมุมทั้งสี่ด้วยเชื่อว่ามีพระพุทธรูป นั่ง ยืน นอน และ เดิน
- โดยจะคิดว่าเข้า เป็นชาวต่างชาติ 100 บาท ชาวไทย 10 บาท
โดยวัดต่อมาที่ไปคือ วิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดที่อยู่ติดกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งสามารถ
เดินมาได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้รถ
วิหารพระมงคลบพิตร
- วิหารพระมงคลบพิตร ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่มากซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความเชื่อ
ทางศาสนาที่ไม่อาจแยกออกได้จากอุดมคติในทางสังคมและการเมือง
- พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่โต เช่นเดียวกับพระพุทธรูปวัดพนัญเชิง
อีกทั้งอยู่ใกล้กับบริเวณพระราชวงโบราณ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเมืองการบริหารของสังคมอยุธยา
ในอดีต
โดยวัดต่อมาที่ไปนั้นคือ วัดมหาธาตุซึ่งอยู่ใกล้ๆกับวิหารมงคลบพิตรและวัดพระศรีสรรเพชญ์ เดินทางไปประมาณ 10 นาที โดยวัดนี้จะคิดค่าเข้า ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
วัดมหาธาตุ
-วัดมหาธาตุ หมายถึง วัดอันเป็นที่สถิตของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นในสมัย
ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่เข้าใจว่าการก่อสร้างเสร็จสิ้นในสมัยพระราเมศวร
-วัดมหาธาตุจึงเป็นวัดสำคัญที่สุดในอาณาจักรในฐานะที่เป็นพระพุทธเจ้า อีกทั้งหากจะพิจรณาดู
สถานที่ตั้ง ก็จะเห็นว่าอยู่ใกล้ชิดกับพระบรมมหาราชวังเป็นอย่างยิ่งดังนั้นวัดนี้จึงเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช มาตลอดจนสิ้นกรุงศรีอยุธยา
โดยวัดต่อมาที่ได้เดินทางไปต่อ คือ วัดพนัญเชิง เป็นวัดที่มีความสวยงามมากผมได้เข้าไปไหว้พระ
ในโบสถ์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากมายและยังอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีการให้อาหารปลาด้วย
วัดพนัญเชิง
- วัดพนัญเชิง (เดิมเรียกวัดพระเจ้าพแนงเชิง) ตั้งแต่อยู่นอกเกาะอยุธยาทางใต้ ริมแม่น้ำ
เจ้าพระยาทางทิศตะวันออก ตรงบริเวณปากน้ำขนาดใหญ่ซึ่งแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา
มาบรรจบกัน ในสมัยอยุธยาเป็นราชธานีบริเวณนี้เป็นที่อยู่ของชุมชนหลายเชื้อชาติอันได้แก่
ชาวจีน ญี่ปุ่น และ โปรตุเกส
- พระวิหารใหญ่ ซึ่งมีหลวงพ่อโตเป็นพระประธานสิ่งที่น่าชมคือ บานประตูไม้แกะสลักซึ่งจำหลัก
เป็นลาดลายพรรณไม้ สัตว์ตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งจะอยู่ในลาดลายต้นไม้ รัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานนาม
ให้กับพระพุทธรูปใหญ่ของวัดพนัญเชิง และวัดกลัยาณนิมิตรวรมหาวิหารว่า พระพุทธไตรรัตนนายก
โดยวัดต่อมาที่ได้ไปต่อจะเป็น วัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับวัดพนัญเชิงใช้เวลาเดินทาง
ไม่ถึง 10 นาทีจากวัดพนัญเชิงไปวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีเจดีย์องค์ใหญ่
สามารถเดินขึ้นไปมอง วิว ในอยุธาได้ด้วย
วัดใหญ่ชัยมงคล
- เจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นมองเห็นแต่ไกลทางด้านทิศตะวันออกของ
กรุงศรีอยุธยา ขณะเจดีย์ภูเขาทองเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นทางด้านทิศตะวันตก
- ชาวบ้านเรียกวัดนี้ ว่าวัดใหญ่ ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างมหาเจดีย์เมื่อคราวที่พระนเรศวรรบ
ชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า ทำให้อยุธยาประกาศความเป็นอาณาจักรอิสระได้อีกครั้งนับตั้งแต่
ต้องเป็นรัฐบรรณาการของพม่าเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 พระองค์เลยสร้างมหาเจดีย์
"ชัยมงคล"
แผนที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


.jpg)








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น